~~~OVOP กับ OTOP ความเหมือนที่แตกต่าง & รูปงานคอส BOOM 2006 จ้า[โลลิเหมือนเคย อิอิ]~~~
posted on 17 Dec 2006 21:42 by worapoj1985 in iCosplayเมื่อหลายวันก่อนผมได้มีโอกาสไปที่ สสว. [สำนักส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม] ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ให้ความช่วยเหลือเรื่องธุรกิจ SME เหตุที่ไปก็คือขอคำปรึกษาเรื่องความเป็นไปได้ในกิจการเล็กๆของผม ดูแล้วกิจการเล็กๆของผมคงต้องอาศัยอีกหลายปัจจัยกว่าที่จะประสบความสำเร็จ
เขาก็ให้ผมพบกับที่ปรึกษาด้านผู้ประกอบการรายใหม่ ที่ปรึกษาก็ให้ไอเดียแก่ผมพอสมควร ระหว่างที่คุยกันอยู่แกก็บอกผมว่าพึ่งกลับจากการไปดูงานที่ญี่ปุ่นมา ที่ปรึกษาท่านนี้บอกผมว่าที่นู้นเขาก็มีสินค้าท้องถิ่นที่คล้ายๆกับสินค้า OTOP ของบ้านเราเหมือนกัน แต่ใช้ชื่อว่า OVOP [One Village One Product] แปลตรงตัวคือ 1 หมู่บ้าน 1 ผลิตภัณฑ์ นั้นเอง แต่ถ้ามาเทียบกับ OTOP ในบ้านเราผมว่าของเรายังห่างไกลเหลือเกิน
OVOP มีที่มาจากจังหวัดโออิตะ โดยหมู่บ้านที่ริเริ่มโครงการนี้คือหมู่บ้านโอยามา เป็นชุมชนที่มีพื้นที่การเกษตรจำกัด ไม่มีอุตสาหกรรมหลักและตั้งอยู่ห่างไกลจากเขตเมือง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของจังหวัดโออิตะ ริเริ่มทำโครงการในปี 2504 ซึ่งในตอนนั้นชาวบ้านในหมู่บ้านรวม 1,000 ครัวเรือน ได้เริ่มโครงการบ๊วยใหม่และเกาลัด (New Plum and Chestnut : NPC) เป็นโครงการส่งเสริมการเพาะปลูกบ๊วยและเกาลัดในรูปแบบการเกษตรผสมผสาน โครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่...
ผู้นำหมู่บ้านเกรงว่า เมื่อชาวบ้านมีรายได้สูงขึ้นแล้วจะเกียจคร้าน จึงต้องจัดกิจกรรมให้คนหนุ่มสาวมีโอกาสได้ไปดูงานต่างประเทศ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ขยันทำงานแล้ว ยังเป็นการเปิดโลกทัศน์ของชาวบ้าน ซึ่งเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาหมู่บ้านในท้องถิ่นโดยเน้นเน้นการปรับสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่อาศัย และสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ศูนย์วัฒนธรรม ศูนย์ข้อมูลชุมชน เป็นต้น เพื่อให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หมู่บ้านโอยามานับเป็นต้นแบบของการพัฒนาชุมชนด้วยคนในชุมชนเอง และยังเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ริเริ่มสร้างสรรค์พึ่งพาตนเองและพัฒนาสิ่งแวดล้อมด้วย
รูปแบบการพัฒนาของหมู่บ้านโอยามา ได้ถูกนำไปปรับใช้เป็นนโยบายการพัฒนาของจังหวัดโออิตะในปี พ.ศ. 2522 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนายโมริฮิโกะ ฮิรามัทซึ และแพร่กระจายทั่วทุกหมู่บ้านและเมืองภายในจังหวัดในปี 2523 โออิตะเป็นจังหวัดเล็กๆ บนเกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น เป็นเขตที่ ประชาชนยากจนและล้าหลัง เนื่องจากโออิตะมีพื้นที่ทำการเกษตรเพียงร้อยละ 10 และมีโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมหลักน้อยกว่าจังหวัดอื่น ทำให้ประสบปัญหาการอพยพย้ายถิ่นของแรงงาน
ในช่วงแรกของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OVOP ในจังหวัดโออิตะ ประชากรในโออิตะมีรายได้ต่อหัวตํ่าสุดในเกาะคิวชู และประสบปัญหาการอพยพของประชากร โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ แต่เมื่อ OVOP ผ่านการพัฒนาจนกระทั่ง Oita Brand เริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ ประชากรจึงหวนกลับคืนท้องถิ่นและมีรายได้เพิ่มเป็น 2 เท่า คือ 80,000 บาท/คน/เดือน จากเดิมที่อยู่ในระดับ 40,000 บาท/คน/เดือน
ในขณะที่จำนวนผลิตภัณฑ์ซึ่งขึ้นทะเบียนภายใต้โครงการ OVOP ได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 143 ชนิดในปี 2523 เป็น 336 ชนิด ในปี 2544 และมูลค่าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นจาก 35.9 พันล้านเยน เป็น 141 พันล้านเยนในช่วงเวลาดังกล่าว
สังเกตได้ว่าโครงการ OVOP ของญี่ปุ่นนั้นกว่าจะประสบความสำเร็จมาถึงขั้นนี้ได้ นอกจากในเรื่องของระยะเวลาที่บ่มเพาะมายาวนาน ยังต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของคนในท้องถิ่นที่ถูกปลูกจิตสำนึกรักบ้านเกิด โดยความมีวิสัยทัศน์ของผู้นำและอาศัยทำทันที โดยกลยุทธ์ที่นำมาใช้นั้นคือต้องสร้างโอกาส สร้างอาชีพให้แก่ท้องถิ่น เพื่อที่จะให้คนในท้องถิ่นตระหนักถึงคุณค่าของบ้านเกิด และสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเงาตามตัวนั้นก็คือ ค่านิยมเรื่องชาตินิยม
แล้วเมื่อมองถึงโครงการ OTOP บ้านเรา ซึ่งมีมาได้ 6 ปีแล้ว สินค้าของเราก็มีมากกว่า ก็ยังห่างไกลเหลือเกิน เพราะถึงแม้จะมีงาน OTOP ที่จัดขึ้นเป็นซีซั่นไปแล้ว แต่ในเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ที่เราดูผิวเผินแล้วเป็นงานภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นก็จริง ซึ่งถ้าจะนำไปสู่ความเป็นสากลบนพื้นฐานของความเป็นไทย ตรงนี้เรายังตีโจทย์ไม่แตก ในเรื่องของการสนับสนุนจากภาครัฐที่เราขาดในเรื่องของวิทยาการด้านเทคโนโลยี เรื่องของการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ยังขาดมาตรฐานมาควบคุมและยังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มชุมชนที่ก้าวหน้า
ที่สำคัญคือ ค่านิยมเรื่องชาตินิยม ที่เรายังขาดและเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เราแตกต่างจากญี่ปุ่นอย่างสิ้นเชิง ซึ่งถ้าเรามีจุดนี้ ผมเชื่อว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ไม่ด้อยกว่าญี่ปุ่นหรือชาติใดในโลกเลย
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมก็ได้ไปงานบูมจัดขึ้นที่สยามสแควร์ ถึงแม้ว่าช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นแล้วก็จริง แต่ด้วยความที่เป็นงานกลางแจ้ง ก็ร้อนเหมือนเคยเพราะตึกแถวนั้นค่อนข้างเตี้ยเลยไม่มีตึกมาบังแดด ซึ่งถ้าเทียบกับเซ็นทรัลเวิลด์ ผมว่าที่เก่าดีกว่าเยอะ ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่าว่าคนคอสและคนร่วมงานน้อยไปหน่อย อาจเป็นเพราะงานที่จัดใกล้ช่วงสอบกลางภาค ก็เลยทำให้มาร่วมงานน้อยไปนิดนึง
บ่นมาเยอะแล้ววว ชมรูปดีกว่าคร๊าบ

เริ่มด้วยนู๋เมย์จ้า

ตามด้วย 2 สาวหน้าหวาน


ชุดอมตะนิรันดร์กาล อิอิ

ชอบพัดจีนแฮะ

สังเกตเฮียเนส แกคาบมีดตลอดงาน

แต่งหน้าได้สวยมากกกก

เลเยอร์ที่คุ้นหน้าจากเรื่องที่เราคุ้นตา อิอิ

อ็อปชั่นเสริมในงานนี้คือ ร่ม นั้นเอง หุหุหุ

เซนคุง ที่นานๆจะมาซักงานจ้า

มีการแสดงโชว์บนเวทีด้วย

น่ารักมั้ยเอ่ย???

เรื่องนี้อีกแล้วววววว

แฝดคนละฝา

เป็นผู้หญิงที่เท่ดีแฮะ

แอบมีสาวแว่น


น้องฝ้ายจัง คราวนี้ก็โคสอัพมาใกล้เลยยยย



อ๊อปชั่นร่มมีประโยชน์ก็งานนี้แหละ


เอาให้ครบทีม

น่าร๊ากอีกแหละ


ผมชอบเฮียแกมาก ยังกับบรูชลีเลยแฮะ

แต่งได้โดนมากชุดนี้


มาอีกแล้ววววว จากเรื่องนี้

เน้นๆกับคนสวยจ้า



ตาจ้องตา ประสานพลัง Y หุหุหุ




คุณสาวแว่น ที่งวดนี้ไม่ได้ใส่แว่นนน


หนังสือที่ได้รับความนิยมแห่งปี

ทั้งชุดและเลเยอร์โดนใจผมมากกกก



คุณเจ๊นิ๊งหน่องแกแอบมาด้วย
ขอได้รับความขอบคุณจากคุณเอ็กซ์ ที่ให้รูปนี้มา หุหุหุ

พิธีกร ที่ฮาได้ทุกช่วง


แกเล่นกีตาร์ได้ใจมากๆๆ

สังเกตที่ปาก ตุ้ยๆเต็มที่เลยยย




รับหัวใจน้อยๆไปได้เลยค่า


ภาพครบทีมอีกแล้วจ้า

จะจดชื่อใครดีอะ???

แต่งหน้าได้เนียบมากกกกก

ภาพนี้โดนใจ สสว. {สมาคมสาวแว่นนน อิอิ}



เจอกันเอนทรี่ส่งท้ายปีละเน้อ

ปิดท้ายด้วยค้นไฟคริสต์มาสที่พารากอนคร๊าบ
~~~Merry Christmas ล้วงหน้าจ้า~~~
คำคมจ้า
ก่อนที่คุณจะก้าวทันตามโลก
ให้ฉุดคิดก่อนว่าคุณเข้าใจโลกหรือยัง
worapoj@~@

รูปสวยดีครับ พี่ครับพี่เป็นคนแรกที่ผมเห็นถ่ายรูปผมตอนอยู่บนเวทีนะครับ เชิญมาดูรูปงานนี้ต่อได้ที่ blog ผมนะครับ ขอเก็บนะครับ ขอบคุณที่ถ่ายครับ
)
ฝากไปบอกน้องเค้าที

![บ้านหลังที่ 2 ของเลเยอร์ผู้อยู่ต่างแดน [ AriMi ] คอสเพลย์เยอร์ที่แสนน่ารักมิรู้ลืม](http://worapoj1985.exteen.com/images/arimi01.jpg)






![Validate my Atom 1.0 feed [Valid Atom 1.0]](http://worapoj1985.exteen.com/images/valid-atom.png)

ขึ้นรูปแรก
โหลดโหดจังเลยง่า
แต่ว่ารูปสวยดี
สูบโลดดดดด
#1 By a i z e n (125.24.192.231) on 2006-12-17 21:48