~~~ITV ทีวี(เสรี?)โดยรัฐบาล~~~

posted on 06 Mar 2007 23:39 by worapoj1985

หลังจากที่นั่งดูข่าวตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา ก็รู้สึกอึดอัดใจและสงสัยในการกระทำของรัฐบาลชุดนี้

..

รัฐบาลที่เราๆท่านๆทั้งหลายต้องเคารพ

.

.

รัฐบาลที่พยายามเปลี่ยนแปลงอิทธิพลจากขั้วการเมืองเก่า

.

.

รัฐบาลที่พยายามใช้ทุกวิถีทางในการที่จะล่างไพ่การเมืองไทย

.

.

รัฐบาลที่กำลังริบรอนสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชน!!!

.

.

แล้วอย่างนี้ประชาชนตาดำๆอย่างเราจะไปพึ่งพาใคร ในเมื่อสื่อที่เป็นเสรีของคนไทย กำลังถูกรัฐบาลที่บอกประชาชนก่อนหน้านี้ว่า ถึงแม้เราจะได้รับการแต่งตั้งไม่ได้รับเลือกตั้งเหมือนรัฐบาลชุดก่อนๆที่ผ่านมา แต่เราจะยึดมั่นโดยคำนึงถึงประชาชนมาเป็นอันดับแรกและจะล้างภาพลักษณ์เก่าๆของการเมืองไทย

.

.

แต่ที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ ผมว่ามันคนละเรื่องเลยกับที่ให้สัตยาบันแก่ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการหยุดออกอากาศสถานี ITV ทีวีเสรีของประชาชนที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมใหม่ เป็นทีวี(เสรี?)ของรัฐบาล โดยกล่าวอ้างถึงบัญญัติกฎหมายในการได้มาโดยไม่ชอบธรรม ในการครอบครองทีวีช่องนี้ของรัฐบาลชุดก่อน ผมยอมรับว่าเรื่องของการครอบครองสื่อ ITV โดยการเข้าไปซื้อหุ้นของรัฐบาลชุดก่อน มีความไม่ชอบมาพากลก็จริง

.

.

.

ถึงแม้การครอบครองสื่อ ITV โดยไม่ชอบธรรมของขั้วการเมืองเก่า แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ITV ผมมองว่า ITV มีจุดยืนในการนำเสนอข่าวสารอย่างชัดเจน ไม่ได้นำเสนอข่าวที่เบี่ยงแบนให้กับกลุ่มการเมืองใดกลุ่มหนึ่ง ยังคงความชอบธรรมในการเป็นสื่อมวลชนที่ดี

.

.

แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังกระทำอยู่ ณ. ขณะนี้ผมว่าก็ไม่ต่างอะไรกับรัฐบาลชุดก่อนๆ ในการที่จะปิดหูปิดตาประชาชนเพื่อที่จะหวังผลลึกๆอะไรบางประการ ยิ่งในกรณี ITV ยิ่งเป็นข้อพิสูจน์เลยว่า รัฐบาลต้องการครอบครองสื่อแบบเบ็ดเสร็จ ทุกวันนี้ฟรีทีวี สื่อสำหรับคนทุกชนชั้นก็อยู่ในกรรมสิทธิ์ของรัฐบาลอยู่แล้ว จะเพิ่ม ITV อีกช่องหนึ่งจะเป็นไรไป

.

.

ผมบอกตรงๆว่าผมยอมรับไม่ได้ในการตัดสินใจครั้งนี้ของรัฐบาล ตั้งแต่การเรียกร้องค่าเสียหายกับทาง ITV กว่าแสนล้าน เราๆท่านๆก็รู้ดีว่า การให้ข้อเสนอโดยการที่ต้องชำระค่าปรับและดอกเบี้ย เทียบเท่า 10 % ของงบประมาณประเทศ เพื่อแลกกับการไว้ซึ่งเป็นทีวีเสรีต่อไป ต่อให้เด็กประถมมาคิดก็ยังบอกได้ทันทีว่าทำไม่ได้ การที่ทาง ITV ดำเนินการอุทธรณ์ทุกวิถีทาง เพื่อที่จะคงสถานะไว้ซึ่งเสรีต่อไปก็เป็นหมันไปทุกกรณี

.

.

ในตอนนั้นผมคิดในใจเลยว่า สุดท้ายแล้ว ITV ก็ไม่รอดเงื้อมมือของรัฐบาล ต่อไปนี้เราคงต้องบริโภคสื่อที่ต้องผ่านการกรองจากรัฐบาลเสียก่อน

.

.

ก่อนหน้านี้ ท่านนายกของเราก็รับปากเป็นอย่างดีเลยว่า ถึงแม้จะเปลี่ยนเจ้าของเป็นของรัฐบาล แต่ก็จะไม่เกิด จอดำ อย่างแน่นอน เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจได้ว่า ITV จะยังคงความเสรีต่อไป แต่ในวันนี้ ท่านออกมากล่าวขอโทษและกลับลำโดยบอกว่าจำเป็นที่จะปิดสถานีชั่วคราว เพื่อที่จะปรับปรุงสถานี

.

.

ผมฟังอย่างนี้ ก็คิดทันทีเลยว่าที่ต้องปิดสถานีชั่วคราว ก็เพื่อที่จะปิดปรับปรุงจริงๆนั้นแหละครับ แต่เพื่อที่จะปรับในเรื่องของนโยบายของการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องและรองรับรัฐบาลมากขึ้น เพราะถ้ายังคงให้ ITV ดำเนินการออกอากาศต่อไป การที่จะเปลี่ยนอะไรให้สอดคล้องกับการทำงานของรัฐบาลก็คงเป็นเรื่องยาก

..

.

และท่าทีที่ทางรัฐบาลมาแถลงก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาออกอากาศได้เมื่อไร ถึงแม้จะกลับมาออกอากาศอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีหลักประกันอะไรเลยว่า จะยังคงเป็น ITV เหมือนเดิม

.

.

.

ท้ายที่สุดแล้ว ITV ก็ไม่พ้นที่จะเป็นเหยื่อของเกมการเมือง โดยอาศัยกฎหมายมาเป็นเครื่องมือในการแปรรูปสื่อมวลชนมาเป็นสื่อของรัฐบาล!!!


คำคม

.

การกระทำที่ท่านทำอยู่

.

ก็ไม่ต่างอะไรกับประวัติศาสตร์ในอดีต

.

worapoj@~@


***Edit เพิ่มเติม***

.

.

ก็เป็นที่ทราบโดยทั่วกันแล้วนะครับว่า ITV ก็ยังสามารถแพร่ภาพได้ตามปกติ ภายใต้การกำกับดูแลของกรมประชาสัมพันธ์ ก็ติดตามกันต่อไปนะครับว่า ชื่อใหม่ TITV จะดำเนินงานไปในทิศทางใด ก็ต้องให้เวลากับทางรัฐบาลพิสูจน์นโยบายกันต่อไปนะครับ

.

.

ยังไงผมก็ขอบคุณทุกข้อคิดเห็นในคอมเมนต์นะครับ การแสดงออกภายใต้การเคารพสิทธิของผู้อื่น ผมเปิดใจและน้อมรับทุกความเห็นเสมอครับ

.

ฤดูที่แตกต่าง (Natural mix)

[Feat.ธีร์ ไชยเดช]

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คิดไปแล้วก้อน่าหนักใจนะครับ ถึงผมจะไม่ค่อยได้ตามข่าวอะไรแล้วก้อไม่ค่อยจะรุ้เรื่องอะไรก้อเถอะนะครับ แต่เมื่อเป็นแบบนี้ก้อทำให้รุ้สึกหดหู่ขึ้นมาไม่นิดเลยล่ะครับ -*-

#1 By -[CHIAKI]- on 2007-03-06 23:47

เห็นเค้าว่าอาจจะกลับมาออกอากาศในวันที่ 9 นะ...

ไม่รู้จะเขียนยังไงเหมือนกัน..เพราะเราเห็นด้วยกับการปิดชั่วคราวนะ....

เรื่องของเรื่องเนี่ย....พนักงานออกมาพูดอย่างเดียวว่าสถานีไม่ได้ผิด.....อันที่จริง เพราะว่าช่วงใหญ่ที่ผ่านมา (ราวๆสองปี)เนี่ยมีคนที่คุณก็รู้ว่าใครหนุนหลังอยู่ ไอทีมีทำผิดสัญญาที่ให้เอาไว้ ทีนี้เค้าเตืนแล้วก็ไม่ยอมแก้ไข ส่งผลให้เกิดหนี้ก้อนใหญ่ แล้วนายทุน ก็ตามสไตล์เลย...ไม่จ่าย(ทั้งๆที่กำไรก็ได้ไปเยอะอยู่...)

ความเห็นส่วนตัวนะ....เค้าควรจะเอาความจริงออกมาเปิดเผยให้หมด ไอทีวีเอาแต่เรียกคะแนนสงสารว่าถูกลงโทษแรงเกินไป ทำไมไม่ย้อนกลับไปดูว่าเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องนี้คืออะไร

ตัวต้นเหตุ...กอดเงินนอนสบายใจเฉิบแล้วล่ะ

เราเองก็เห็นใจพนักงานไอทีวีที่ต้องมาเห็นที่ที่ทำงานมาหลายปีต้องปิดตัวลง....แต่ก็นั่นแหละ....

มันช่วยไม่ได้นี่นา

ปล.ไม่ได้เจตนาก่อให้เกิดความขัดแย้งนะ....มีนเป็นแค่ความเห็นของเราน่ะ

#2 By Lover Boy on 2007-03-06 23:59

นี่แหล่ะ..ประเทศไทย

#4 By (58.136.72.19) on 2007-03-07 00:21

ส่วนตัวเราเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลมีมติอย่างนี้ จริงอยู่ที่นายกกลับลำก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่หากมองถึงการมีอยู่ของ itv ณ.ขณะนี้ ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่าเรียกไม่ได้เต็มปากหรอกนะ ว่าเป็นทีวีของประชาชน เพราะอย่าลืมว่า itv ตอนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการขายหุ้นชินให้เทมาเสก ตอนนี้ก็คงต้องรอให้มีการสรุปมติอย่างที่คุณหญิงแถลงการณ์ให้ได้ก่อน ว่ามีการละเมิดกฎหมายข้อไหนบ้าง ให้ความจริงได้มีการเปิดเผยออกมาแล้ว หลังจากนั้นจะปรับผังรายการ หรือจะอะไรค่อยว่ากันก็ยังไม่สาย พนักงานเค้าก็มีการโอนให้ไปทำงานช่อง 11 และก็มีการจ่ายค่าชดเชยตามบทบัญญัติของกระทรวงแรงงาน ไม่ใช่ลอยแพเฉยๆ เหตุใหญ่ๆ ก็เห็นอยู่แล้วว่า itv เป็นหนี้แล้วไม่จ่าย ก็ต้องว่าไปตามนั้น
การปิดสถานีชั่วคราวไปเพื่อให้เรื่องมันมีการตรวจสอบ (ซึ่งเราเห็นด้วยที่จะให้ปิดตั้งแต่ตอนแรกแล้ว ไม่ใช่ให้รัฐมาอุ้ม) ดีกว่าเปิดอยู่ยังงี้ แต่ไม่ได้เป็น TV ที่เสรีจริงๆอย่างชื่อ

#5 By angelic samurai (125.24.18.201) on 2007-03-07 00:33

ผมเคยชอบไอทีวี ในยุคแรกๆที่เนชั่นยังทำรายการให้ ก่อนที่ทุนนิยมจะเข้าครอบงำสื่อ

ไอทีวีอาจเคยเป็นสื่อเสรี แต่ไอทีวีในยุคถัดมานั้นกลับกลายเป็นสื่อที่เต้นไปตามเกมการเมือง เป็นเครื่องมือทางการเมือง

ผมรู้สึกสงสัยทุกครั้งที่ได้ยินสโลแกนคำว่า "ไอทีวี ทีวีเสรี" ..... มันยังเสรีอยู่อีกหรือ... ในเมื่อเขาก้าวเข้าสู่การเป็นเครื่องมือทางการเมืองด้วยตนเอง
ด้วยการสังเวยเพื่อนร่วมอาชีพ 21 คนที่ออกมาเรียกร้องความถูกต้อง แถมด้วยการสังเวยอุดมการณ์ของสื่อเสรีให้กับอำนาจเงิน น่าจะเปลี่ยนชื่อช่องเป็น ทุนนิยมทีวีซะให้รู้แล้วรู้รอด

ท่านเจ้าของบล้อกเขียนไว้ว่า "ไม่อยากเห็นไอทีวีถูกรัฐบาลครอบงำ"
แต่ผมคิดว่า.... "มันคงไม่เลวร้ายเท่าไอทีวีและสื่ออื่นๆในยุคที่ถูกรัฐบาลชุดที่ผ่านมาครอบงำ" หรอกครับ

#6 By Il Dottore Graziano on 2007-03-07 00:41

>>ไม่ต้องคิดถึงรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างกันอยู่จะเป็นอย่างไร? เรื่องเล็กๆ ยังไม่มีสมองคิดและบริหาร สร้างความขัดแย้งกันไม่หยุดหย่อน คนที่ทำธุรกิจยิ่งมองไม่เห็นอนาคตข้างหน้าเลย นี่แหละเวรกรรมของคนไทย<<

#7 By dum (125.24.60.189) on 2007-03-07 01:04

>>ไม่ต้องคิดถึงรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างกันอยู่จะเป็นอย่างไร? เรื่องเล็กๆ ยังไม่มีสมองคิดและบริหาร สร้างความขัดแย้งกันไม่หยุดหย่อน คนที่ทำธุรกิจยิ่งมองไม่เห็นอนาคตข้างหน้าเลย นี่แหละเวรกรรมของคนไทย<<

#8 By dum (125.24.60.189) on 2007-03-07 01:04

ถ้ารัฐบาลชุดนี้ไม่รีบเช็คบิลไอทีวี ผมว่ามันจะเนียนกว่านี้เยอะเลยนะ ตั้งแต่การไม่ยอมรับมติของผูถือหุ้น และ เร่งรัดการพิจารณาของศาล อย่างไรก็ดี การควบคุมสื่อก็เป็นเรื่องดี ถ้ารับบาลนี้ไม่ได้มาจากทหารผมคงพูดได้ไม่เต็มปากหรอกว่าเหมือนพม่าเปี๊ยบเลย เพราะรัฐบาลพม่าก็ทหารเหมือนกัน

เอาง่าย ๆ ตามความคิดผมนะ เรื่องนี้มันมีอะไรไม่ชอบมาพากลตั้งแต่แรกแล้วหละ ตั้งแต่เรื่องบอสใหญ่ไอทีวีเปิดหนีไป รวมทั้งการรีบเช็คบิลของรัฐบาล ถ้าไม่เอาตัวไปยึดติดกับรายการทีวีมากนัก เราบริโภคสื่อนอกทางอินเตอร์เน็ทก็ได้ สื่อภายในประเทศพักหลัง ๆ เป็นเครื่องมือทางการเมืองไปหมดแล้ว ที่เสรีจริง ๆ และ เป็นกลางเห็นจะมีแต่คนนอกเท่านั้น

#9 By Black Sheep RoYaL on 2007-03-07 01:05

เราอ่ะชอบ itv ทั้งข่าวและทุกๆรายการของช่องนี้เลยนะและก็ไม่อยากให้ช่องโดนปิดไป แต่ด้วยเหตุผลแล้วมันก็ควรที่จะทำตามเงื่อนไขนะ เพราะเป็นหนี้เค้าอยู่แล้วทำไม itv ไม่จ่ายเงินให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะก็รู้ทั้งรู้ว่าเป็นหนี้เค้าอยู่แล้วจะมาขอคะแนนสงสารอยู่ทำไมจัดรายการทุกวันก็ได้กำไรอยู่ไม่ใช่หรอ ทำๆตามข้อกฎหมายเถอะนะ

#10 By ความคิดของนักศึกษา (124.157.228.254) on 2007-03-07 01:27

"อย่างงี้ไม่ไหว รัฐบาลทำอย่างงี้ได้ไง น่าจะมีหนทางที่ดีกว่านี้..." คำพูดที่มักออกจากปากคนหลายคนที่ได้ฟังข่าวเรื่องยึด ITV

แล้วจะให้ทำอย่างไรล่ะครับ?

ถ้าปล่อยเรื่องนี้เลยตามเลย ค่าปรับเหรอ ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะลดให้ หรือเเม้แต่ให้ไอทีวีได้เเพร่ภาพต่อไป ถามว่าใครได้ประโยชน์ รัฐบาล? พนักงานไอทีวี? หรือประชาชน?? ตอบไม่ได้หรอกครับ แต่ที่แน่ๆ คนที่จะซวยก็คือรัฐบาลเอง ถ้าวันดีคืนดีมีคนไปฟ้องว่ากระทำโดยมิชอบ ผลก็คือ ติดคุกกันระนาวเลยนะครับ ถึงวันนั้นจะมีใครไปเรียกร้องขอความเป็นธรรมกับคณะรัฐมนตรีหรือเปล่า แล้วถ้าเป็นตัวคุณเอง คุณจะทำอย่างไรครับ ช่วยเหลือไอทีวีให้ได้แพร่ภาพต่อ หรือเสี่ยงต่อการติดคุก

ปัญหาไอทีวีตอนนี้ มันเป็นผลต่อเนื่องมาตั้งแต่ยังไม่เกิดการรัฐประหารซะอีก และตอนนั้นใครที่ติดตามข่าวสารก็พอจะเดาออกครับว่าผลจะเป็นยังไง การที่ไอทีวีปิดตัวไป ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายเลยแต่มันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น วันใดที่คนๆนั้นหมดอำนาจ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ถ้ารัฐบาลนี้หากต้องการจะควบคุมสื่ออย่างไอทีวีจริง หนทางมีเยอะเเยะครับ วิธีสั่งปิดแล้วดำเนินการใหม่โดยรัฐบาล วิธีนี้ผมให้ 0 คะเเนน นอกจากจะเสียเวลาแล้ว ผลตอบรับจากประชาชนมีแต่ในเเง่ลบ ยิ่งถ้าประกาศนโยบายทีวีเสรีใหม่ออกมาไม่โดนใจล่ะก็ งานนี้มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง เพราะฉะนั้นถ้าบอกว่านี่เป็นการครอบงำสื่อ ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

#11 By แขกที่ไม่ได้รับเชิญ (58.136.72.19) on 2007-03-07 01:30

ถึง พนักงานไอทีวี
ทำไมพนักงานไอทีวีไม่ไปเรียกร้องให้ บ.เทมาเสก (ถือหุ้นรายใหญ่) มาจ่ายค่าสัมปทานให้ถูกต้องเสียก็สิ้นเรื่อง มาเรียกร้องกับรัฐบาล ออกมาด่ารัฐบาล อย่างนี้ไม่ถูกต้อง ทุกอย่างทำไปก็เพื่อลูกหลานของท่านพนักงานเหล่านั้น พักงานไปแป็บเดียว เด๋วก็ได้กลับมาทำใหม่ หรือกลัวเงินเดือนที่ได้ไม่เท่ากับที่กลุ่มชินปรนเปลอให้ท่านจนหลงไปกับ ระบอบทักษิณไปเสีย กลับมาใช้ชีวิตพอเพียงบ้างก็ดีนะครับ ผมเองก็เคยตกงานมาก่อน แต่ก็ต้องสู้นะครับแต่ควรสู้เพื่อลูกหลานเราในรุ่นต่อไป ท่านอยู่ตรงนั้นอาจจะยังไม่เห็นภาพของตัวเองที่ออกไป ในมุมมองที่แตกต่างไปจากความคิดของท่าน มุมมองที่ไม่ได้อะไรเลยนอกจากสิ่งที่ท่านนำเสนอ ผมเป็นคนหนึ่งที่ดูไอทีวีมาตั้งแต่ยุคของกลุ่มเดอะเนชั่นมาทำข่าวและชอบมาก จนมาถึงยุค ฮาวคัมผมก็เลิกดูโดยสิ้นเชิง เพราะมันก็เหมือนกับทีวีช่องอื่นๆ ลองหัดมองกระจกดูตัวท่านเอง ซะบ้าง เอาแต่ใช้สื่อของท่านมาประจานตัวท่านเองในสิ่งที่ท่านคิดในวันสุกท้าย ไม่ผิดที่ท่านทำเพื่อตัวท่าน เพราะถ้าเป็นผมก็จะทำเช่นกัน แต่กระนั้นก็ต้องหันมามองดูตัวเองด้วยว่าคนอื่นๆ ที่ท่านเรียกว่าประชาชน คิดเห็นกับท่านยังไง ผมว่าคนที่ชม ไม่จริงใจเท่ากับคนที่ออกมาติเตียนท่านหรอกนะครับ ในฐานะสื่อมวลชนของท่านก็ควรยอมรับความคิดคนอื่นบ้าง นะครับไม่ใช่เขียนข่าวด่าคนอื่นอย่างเดียวนะครับ

ขอขอบคุณที่สละเวลาอ่าน และ
ขอให้กำลังใจให้ท่านหางานใหม่ได้โดยเร็ว

จาก
คนเคยตกงาน

#12 By คนเคยตกงาน (222.123.28.169) on 2007-03-07 01:51

ก็ฟังข่าวมาอยุ่เหมือนกัน อ่า...เฮ้อ...*ถอนหายใจเหือก* หดหู่ชะมัดเลยแหะ ไม่อยากให้อะไรแบบนี้เกิดกับประเทศไทยเลยอ่า......

มิสๆนะลุงโลลิ กลับมาอัพบลอคก็เอาเรื่องมีสาไร้ให้คนไม่ค่อยมีสาระอย่างแอนปวดเฮดเลย 55+ ล้อเล่นๆคร๊าบบ วันที่ 10 ไปเปล่า ถ้าไปก็คงเจอกันมั้ง

มั้งนะ 55+

มิสๆจ้า

#14 By Ann[e] on 2007-03-07 02:03

ถ้าคุณจะบอกว่าไอทีวียังรักษาเจตจำนงของการเป็นสื่อเสรีที่อยู่เคียงข้างสังคมและประชาชน
ผมฝากถามคุณกิตติ คุณสายสวรรค์และพนักงานไอทีวีทุกคนสั้นๆนะคับ
ว่าถ้ายังมีจิตวิญญาณของสื่อจริง ทำไมตอนไอทีวีขอปรับสัดส่วนผังรายการข่าวต่อบันเทิงจาก70:30 มาเป็น50:50 ทำไมตอนนั้นไม่มีพนักงานไอทีวีคนไหนออกมาต่อต้านหรอว่าทักท้วงผู้บริหารเลย?
ทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นในวันนี้มันไม่ใช่เพราะว่ารัฐบาลเผด็จการ หรอว่าสิงคโปกเฮงซวยอะไรทั้งนั้นเลยคับ
ดูตัวเองก่อนจะดีกว่ามั้ง -.-"

#15 By Jun Asawa (124.120.92.216) on 2007-03-07 02:19

ผมมองว่าการแก้ปัญหาของรัฐครั้งนี้ยังไงก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีแน่นอน เพราะไม่เปิดทางถอยให้เลย จริงอยู่ในส่วนที่ผิดมันก็ผิดจริงๆ(ศาลตัดสินแล้ว) แต่ความผิดมันก็อยู่กลับกลุ่มผู้บริหารมิใช่พนักงาน ซึ่งความผิดที่เกิดขึ้นมันก็มาจากส่วนของผู้บริหาร เรื่องจะยึดไม่ยึดน่ะไม่เท่าไรแต่การปิดสถานี้มันร้ายแรงเกินไป เพราะเมื่อปิดสถานีพนักงานก็อยู่ในสภาพตกงานทันทีแล้วจะทำไง จริงๆถ้ารัฐแสดงความท่าทีชัดเจนว่าจะปิดแน่นอนในหลายๆเดือนก่อนอย่างน้อยพนักงานก็จะได้หาลู่ทางได้แต่นี้เมื่อไม่กี่สัปดาห์นายกยังบอกบังไงก็ไม่ปิดแลจะช่วยพนักงานทุกคน เขาก็ต้องคิดว่าไงงานนี้ไม่ปิดแน่นนอนก็ทำงานกันต่อไป แต่มาตอนนี้ยังไงก็จะปิดชัวร์แล้วใครมันจะเตรียมตัวเตรียมใจทันล่ะครับ พนักงานก็เลยอยู่ในสภาวะตกงานแบบจำยอมทันที ซึ่งแบบนี้มันถูกแล้วเหรอ จริงอยู่ในช่วงก่อนนายกคนก่อนครองสื่อ ITV ซึ่งตอนนั้นก็เปรียบเป็นมือเท้าของเขา ซึ่งจะให้พนักงานขัดขืนก็คงจะกระไร (อย่างกรณีกบฏ ITV) จึงต้องจำใจทำไปอย่างเลี่ยงไม่ได้แต่นอกจากข่าวทางการเมืองแล้วข่าวอย่างอื่น ITV ก็ยังได้มาตราฐาน ซึ่งเป็นผลงานของพนักงานที่เขาตั้งใจทำมิใช่เหรอ แล้วความผิดที่เกิดจากกลุ่มผู้บริหารแต่เอาพนักงานขึ้นเขียงด้วยอย่างนี้มันถูกเหรอ แล้วที่บอกตกงานก็หางานใหม่น่ะ ถามใจตัวเองดูซิว่างานเดี๋ยวนี้มันหายากขนาดไหน ตอนเราตกงานกว่าจะได้งานมันง่ายๆเหรอแล้วนี้ตกงานเป็นพันๆคน จะเอาตำแหน่งที่ไหนมารองรับหมด มันไม่ใช่ทุกคนที่ล้มแล้วจะลุกได้ รัฐน่าจะเอาใจใส่จุดนี้ที่สุดก่อนจะตัดสินใจอะไรลงไป น่าเสียดาย น่าเสียดาย รัฐอาจจะทำถูกแต่...แต่...สิ่งเสียไปคราวนี้ มันมากขนาดไหน ทุกคนรู้แก่ใจ รัฐบาลท่านถามตัวเองหน่อยเถอะท่านกำลังทำอะไรกันแน่

#16 By Exsodide (58.9.55.181) on 2007-03-07 02:40

โน คอมเม้นดีกว่า เพราะว่าโดยส่วนตัวไม่ค่อยได้ดูช่อง 3 5 7 9 11 หรือ ไอทีวีเท่าไร ถ้าเทียบจากเมื่อก่อน แต่ก้อปติเสดมั่ยได้ว่า มันคือช่องข่าวจิงๆ ถ้าเทียบกับช่องอื่นๆ ที่ค่อนข้างมุ่ง เอนเตอร์เทน หรือผลกำไรมากกว่า อีกอย่างกะรัฐบาลชุดนี้นี่ -*- มั่ยรุ้สิ ปล่อยวางแระล่ะ ตอนนี้ที่เหนถกกันน่าจะมาจากมุมมองคนแต่ละคนมากกว่า โดยส่วนตัวอยากหั้ยมีนะ อย่างน้อยก้อเปนอีกช่องทางนึงของคนบริโภคข่าวอ่า มีก้อดีกว่ามั่ยมีจิงมะ

#17 By ♀♥♂Akino7™♥♀ on 2007-03-07 02:48

ก้ไม่รุจะคิดงัยกะรัฐบาลชุดนี้ดี เพราะก้ไม่ได้มาจากเสียงของประชาชน อยู่ๆก้มาบริหารประเทศ ก้ไม่รุจะเข้ามาช่วยเพิ่มรึลดปัญหากันแน่

ทางไอทีวีเอง พวกเรื่องสัญญามันก้เป็นส่วนของผู้บริหารเน่ พนักงานผู้สื่อข่าวเค้าก้ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม ถ้าจะโทษคงต้องโทษผู้บริหาร และไม่ควรกระทำการใดๆเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสื่อไอทีวี

ไอทีวีเป็นสื่อที่เป็นกลางที่สุดในบรรดาสื่อของประเทศไทย มีช่องไหนบ้างที่เจาะลึกถึงปัญหา ตามติดทั้งปัญหาเล็กและใหญ่ การกระทำเช่นนี้ของรัฐบาลไม่รู้ว่าจะเป็นวิธีการปิดกั้นสื่อเสรีหรือเปล่า หายากนะคับสื่อที่ไม่เสนอข่าวเอนเอียงไปทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

และที่ดูมาไอทีวีไม่เคยจะเอาปัญหาของตัวเอง มาถ่ายทอดแบบเต็มรูปแบบเหมือนอย่างวันนี้ ที่ผ่านมาไอทีวีก็เสนอข่าวตามปกติ มีข่าวของทางไอทีวีบ้างก้เป็นเรื่องธรรมดา

ผู้สื่อข่าวและทีมงานในไอทีวีทุกท่านมีจรรยาบัน และจิตวิญญาณของการเป็นนักข่าวสูงจริงๆ

ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าไม่มีไอทีวีแล้ว จะมีสื่อช่องไหนที่จะล้วงลึกข่าวแบบไอทีวี

คนไทยบางคนอาจคิดว่าไอทีวีเป็นแค่สื่อเล็กๆ ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับชีวิตของตน
แต่สื่อเล็กๆนี่ไม่ใช่หรือที่เปิดหูเปิดตาให้ประชาชนคนตาดำๆได้รับรู้ปัญหาและข้อเท็จจริงของสังคม

ก้หวังว่าศาลคงจะมีความยุติธรรมช่วยเหลือให้ไอทีวีรอดพ้นอุปสรรคที่ใหญ่ครั้งนี้ไปได้

#18 By ll3ewz (203.113.15.234 /125.27.130.113) on 2007-03-07 02:53

เพื่อจะล้างอำนาจเก่าให้หมดไปจากระบบ ..จะต้องทกันถึงขนาดนี้เชียว

รู้สึกคล้ายๆกับเด็กช่างกล ..พวกที่ตั้งใจเรียนก็มี แล้วก็เยอะด้วย แต่โรงเรียนถูกสั่งปิดเพราะมีบางกลุ่มไปก่อเรื่องไว้ ทำให้..

- นักเรียนคนอื่นเรียนไม่จบ ต้องสมัครเรียนที่ใหม่
- ครู อาจารย์ ตกงานกระทันหัน
- นักการถูกเลิกจ้างแบบไม่ได้บอกล่วงหน้า
- ลุง ป้า โรงอาหาร ถูกยกเลิกสัมปทานร้านข้างแกง
- ยามดูแลตึก พรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานแล้ว
- คนขับรถ หางานใหม่

มันกระทบต่ออีกหลายๆชีวิตจริงๆนะ

#19 By Already Exist™ on 2007-03-07 03:28

คำคมท่านชั่ง..อะน้า..อืมมาคอมเม้นให้คำคม..งงอ่ะ55+

#20 By minicoup on 2007-03-07 06:49

เหมือนจะมาล้างแค้น กวาดออกให้หมด

ทำตัวเหมือนฮิตเลอกวาดยิวจริงๆเร้ยยย

รัฐบาลหน้าใสๆ

#21 By ... (210.203.180.19) on 2007-03-07 08:08

หวยบนดินทุกวันนี้ยังไม่ได้กลับมาขายเลย ทั้งๆที่ทำรายได้มหาศาลให้กับประเทศชาติ
นับประสาอะไรกับการปิดไอทีวีแล้วบอกว่าจะกลับมาออกอากาศได้โดยเร็ว บอกตรง ๆ ว่ายากครับ เพราะสังเกตุว่ารํฐบาลชุดนี้พยายามอ้างยึดตัวบทกฎหมายโดยไม่สนใจว่าจะมีผู้เดือดร้อนขนาดไหนพนักงานไอทีวี หรือคนที่ขายหวยบนดินมันจะอยู่ยังไง กินยังไง นี่ยังไม่รวมพวกที่ได้ทุนการศึกษาจากกองทุนหวยบนดินอีกนะ เผลอๆ ต้องรอรัฐบาลใหม่มั้งไอทีวี กับ หวยบนดิน ถึงจะสามารถดำเนินการต่อได้

#22 By JOKER (125.24.145.26) on 2007-03-07 08:18

ITV คือเหยื่อของเกมส์การเมือง

เงินค่าปรับขนาดนั้น มันเห็นกันชัดๆอยู่แล้วว่า ปรับเพื่อไม่สามารถให้จ่ายได้ ปรับเพื่อจะยึด เจตนามันทำให้ดูออก ... ไม่ว่าจะดิ้นไปทางไหนก็กีดกันทุกทาง ปิดกั้นทุกอย่าง
เพียงเพราะ ITV เคยเป็นของนายกคนก่อนแค่นั้นเองหรอ?
นายกเองก็ออกมาประกาศ ออกมายืนยันกับทาง ITV ว่าจะไม่ปิดสถานีแน่นอน แต่แล้วก็ออกมาประกาศเปลี่ยนแนวทางเมื่อเหลือเวลาไม่ถึง 24 ชม. ทำแบบนี้หมายความว่าอะไร
หลังจากยึดช่องความถี่ได้แล้ว ช่วงขณะที่หน้าจอเป็นสีดำ ภายหลังหน้าจอนั้นกำลังมีคนกำลังแบ่งเค๊กอย่างสนุกสนาน

#23 By ZiLa (124.121.21.130) on 2007-03-07 10:08

จริงจะบอกว่าว่า คลิ่น วิทยุโทรทัศน์ เป็นสมบัติของชาติ อยู่แล้ว

อยู่ที่คนได้สัมปทานเอาไปใช้มากกว่า กรณีไอทีวี เอาไปใช้ ผิดวัตถุประสงค์เอง แล้วจะมาเรียกร้องความสงสาร

ถามผมผมไม่สงสารพนักงานนะ เพราะ ยังมีมือมีเท้า ก็สู้ต่อไปสิ อย่าอ้างประชาชน ว่าจะไม่มีข่าวดูเพราะยังไงมีข่าวช่องอื่นๆ ให้ดู

ตอน 56 ไฟแนนซ์ล้ม ไม่เห็นมีใครออกมาโวยวายเลย ว่าอย่าปิดเลย

ปล. เมื่อวานกลับไปดูรายการช่องไอทีวี โดยเฉพาะรายการ คืนนี้กับสายสวรรค์ เหมือนดู Reality Shoe เลย Fake อิ๊บอ๋าย มี SMS มาปลอบใจ ว่ารักอย่างโน้นรักอย่างนี้
ผมกะว่า จะส่ง SMS ไปเหมือนกัน โดยจะส่ง SMS "ไปฟ้องของความช่วยเหลือพระบิดาคุณสิ ทักษิณ กับ เทมาเส็ก"
ไม่รู้ว่า SMS จะได้ออกอากาศหรือเปล่า อิอิ

#24 By G (202.57.178.173) on 2007-03-07 11:41

พวกที่มาโพสด่า ITV พวกนี้เค้าไม่เดือดร้อนกันหรอกเค้ามี ASTV อันสุดแสนจะเที่ยงตรงซะนะ กับ manager ให้อ่านกันอยู่แล้ว รัฐบาลชุดนี้มันช่างเยี่ยมอะไรเช่นนี้ ขนาดหม่อมอุ๋ยยังขอออกแล้วทิ้งคำทิ้งท้ายเอาไว้ซะแสบเลย

#25 By Miroku (61.19.219.144 /61.19.219.144, 61.19.219.144) on 2007-03-07 15:41

ไม่เคยดูมันเลยว่ะ itv
เงินของชาติหายไปไม่เดือดร้อนกันเลยนะ

#26 By สาดดดด (202.90.118.1) on 2007-03-07 16:04

ทำไมคุณถึงคิดเช่นนี้

"ถึง&#8203;&#8203;แม้&#8203;&#8203;การ&#8203;&#8203;ครอบค&#8203;รอง&#8203;สื่อ ITV &#8203;โดย&#8203;&#8203;ไม่&#8203;ชอบ&#8203;ธรรม&#8203;&#8203;ของ&#8203;ขั้ว&#8203;การ&#8203;&#8203;เมืองเก่า &#8203;แต่&#8203;&#8203;ตลอด&#8203;ระยะเวลา&#8203;ที่&#8203;ผ่าน&#8203;มา ITV &#8203;ผม&#8203;มองว่า ITV มี&#8203;จุด&#8203;&#8203;&#8203;ยืน&#8203;&#8203;ใน&#8203;&#8203;การ&#8203;&#8203;นำเสนอข่าวสาร&#8203;อย&#8203;่าง&#8203;&#8203;ชัดเจน &#8203;ไม่&#8203;&#8203;ได้&#8203;นำเสนอข่าว&#8203;ที่&#8203;เบี่ยงแ&#8203;บน&#8203;&#8203;ให้&#8203;&#8203;กับ&#8203;&#8203;กลุ่ม&#8203;&#8203;การ&#8203;&#8203;เมืองใดกลุ่ม&#8203;&#8203;หนึ่ง&#8203; &#8203;ยัง&#8203;คง&#8203;ความ&#8203;ชอบ&#8203;ธรรม&#8203;&#8203;ใน&#8203;&#8203;การ&#8203;&#8203;&#8203;เป็น&#8203;&#8203;สื่อมวลชน&#8203;ที่&#8203;&#8203;ดี"

ผมดูแล้วสมัยช่วยที่กลุ่มชินเข้ามาซื้อหุ้น
ไอทีวีไม่ได้เหมือนสมัยก่อนเมื่อก่อตั้งแล้ว
ไม่ได้เล่นงานรัฐบาลเลย
แม้จะมีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่มากมาย

#27 By Oakyman (124.120.222.191) on 2007-03-07 16:51

ดูข่าวแล้ว....
กรูไม่เห็นด้วยกับมึงว่ะ
โอโนโนโน กูไม่ขอออกความเห็นนะ
เพราะมันร้อนแรงและลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน เพื่อนทักกี้กันจัง
ไม่เป็นด้วยนะ กับคห.แฟนอาซ้อ

#29 By Oxitoxin on 2007-03-07 18:41

เพลงเพราะ
ธีมสวย
ตรงคอมเมนท์ก้อกินขาด
บ่งบอกความเป็นตัวของตัวเอง
ของเจ้าของบล็อกจริงจริ๊งงง~

#30 By aizen_Princess Of Oracle Squard (203.151.46.130 /10.1.1.3) on 2007-03-07 20:21

ช่วงเปิดเทอมไม่ค่อยได้รับรู้ข่าวสารบ้านเมืองค่ะ พอปิดเทอมทีได้กลับบ้านมาดูทีวีกะเค้ามั่ง ปรากฏว่า ITV จะโดนปิดพอดีตอนนี้

ตกใจอยู่เหมือนกัน...

ความรู้เรื่องการเมืองน้อย พูดมากก็คงไม่เข้าท่าเท่าไหร่ แต่คิดว่าไม่เป็นเรื่องดีเท่าไหร่นักถ้าจะปิดสถานีที่นำเสนอข่าวซึ่ง(เราคิดว่า)ไม่ได้เป็นการเข้าข้างฝ่ายใด

แต่ตอนนี้ได้กลับมาแพร่ภาพแล้วนี่เนอะ

ปล.ตอนโดนปิดไป น้องชายเราบ่นใหญ่

"แล้วจะดูการ์ตูนที่ไหนละเนี่ย" (5555)

#31 By ~Rainy Day~ on 2007-03-07 22:11

เรื่องนี้ผมคงออกความเห็นอะไรไม่ได้หรอกครับ...

เพราะผมไม่ได้ดูทีวี

เพราะอยู่หน้าคอมตลอด + พ่อแม่พี่น้องยึดทีวีไปหมดแล้ว

แต่รูปข้างๆ คอมเม้นบอกซ์ นี่เล่นเอาใจสั่นเวลาพิมพ์เลยงะ

3 เรื่องที่ไม่ควรยกมาเป็นประเด็นพูด
1.ศาสนา
2.ฟุตบอล
3.การเมือง

เพราะเดือดแน่ๆ

#32 By ~Sky Walk WayZ~ on 2007-03-07 23:19

Source : Pantip.com

ประวัติ
แนวคิดการก่อตั้งไอทีวี เกิดขึ้นในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน ภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 เนื่องจากในขณะเกิดเหตุการณ์ สื่อโทรทัศน์ จำนวน 5 ช่อง ในขณะนั้น คือ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง 11 มิได้รายงานข่าวเหตุการณ์นองเลือด ตามความเป็นจริง ประกอบกับ มีเสียงเรียกร้องจากประชาชน ให้เปิดดำเนินการสถานีโทรทัศน์เสรี ในระบบยูเอชเอฟ เพื่อให้คนไทยมีโอกาสได้รับรู้ ข่าวสารที่ถูกต้องเป็นกลางอย่างแท้จริง

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) โดย นายมีชัย วีระไวทยะ ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล การเปิดสัมปทาน สถานีโทรทัศน์ช่องใหม่ กำหนดเงื่อนไขของสัมปทานไว้ว่า ผู้รับสัมปทานจะต้องมีผู้ถือหุ้น 10 ราย แต่ละรายต้องมีสัดส่วนหุ้นที่เท่ากัน พร้อมกับแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน เพื่อป้องกันการผูกขาด และมีสัดส่วนเนื้อหา รายการข่าวและสาระ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 และ รายการบันเทิง ไม่เกินร้อยละ 30

บริษัทผู้เข้าประมูล มีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ [1] คือ

กลุ่มสยามทีวี มีแกนหลักคือ ธนาคารไทยพาณิชย์, กลุ่มสหศินิม่า (มีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ถือหุ้นใหญ่), กลุ่มหนังสือพิมพ์เดลินิวส์, กลุ่มบอร์นของนายไตรภพ ลิมปพัทธ์ กลุ่มนี้เสนอผลตอบแทนสูงสุดประมาณปีละ 1000 ล้านบาท ตลอดทั้งอายุสัมปทาน 25 ปี ประมาณ 25000 ล้านบาท
กลุ่มผู้ผลิตรายการ ประกอบด้วย กลุ่มเนชั่น, กลุ่มแปซิฟิค ของนายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา โดยมี ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล เป็นผู้ควบคุมเนื้อหา, กลุ่มมติชน และกลุ่มสามารถ คอร์ป กลุ่มนี้ได้คะแนนเนื้อหาเป็นอันดับหนึ่ง แต่เสนอผลตอบแทนตามเกณฑ์ขั้นต่ำประมาณปีละ 500 ล้านบาท
ในปี พ.ศ. 2538 ผลการประมูล สรุปว่า กลุ่มบริษัท สยามทีวีแอนด์คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด ในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ ได้รับอนุมัติ ให้เป็นผู้ดำเนินงานบริหารสถานีฯ เป็นเวลา 30 ปี (สิ้นสุดวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568) ค่าสัมปทาน 25,200 ล้านบาท จากราคากลาง 10,000 ล้านบาท ได้มีการลงนามในสัญญากับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 โดยมีนายอภิลาศ โอสถานนท์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ลงนามสัญญากับนายเกษม จาติกวณิช ประธานกรรมการ และนายโอฬาร ไชยประวัติ รองประธานกรรมการบริษัท สยาม อินโฟเทนเมนท์ จำกัด

โดยบริษัท สยามอินโฟเทนเมนท์ จำกัด คู่สัญญาของ สปน. ได้ชักชวนเครือเนชั่น คู่แข่งที่เข้าร่วมประมูลแต่ไม่ได้รับเลือก เข้าร่วมทุนด้วย ดังนั้นจึงมีผู้ร่วมทุนทั้งหมดประกอบด้วย สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ผ่าน สหศินิมา) เครือเนชั่น กันตนา กรุ๊ป เครือวัฏจักร หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ บริษัท ล็อกซเล่ย์ฯ บอร์น และ ไจแอนท์ฯ

โดยตั้งชื่อสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ว่า สถานีโทรทัศน์ไอทีวี (สถานีฯ) เริ่มออกอากาศอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 โดยวางนโยบาย ให้เป็นสถานีโทรทัศน์ ที่ให้ความสำคัญกับ รายการข่าว และสถานการณ์ปัจจุบัน

การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น

ในสมัย รัฐบาลนายชวน หลีกภัย ได้มีการแก้ไขข้อกำหนด ที่ไม่ให้กลุ่มใด ถือหุ้นในบริษัทฯ เกินร้อยละ 10 และมีการซื้อขายหุ้น ส่งผลให้ ธนาคารไทยพาณิชย์ กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ประกอบกับการเกิด วิกฤติเศรษฐกิจ ในปี พ.ศ. 2540 บริษัทฯ จึงขาดทุนอย่างหนัก

ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จึงติดต่อให้กลุ่มชิน คอร์ปอเรชั่น (ชินคอร์ป) เข้ามาถือหุ้นแทน ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2544 ซึ่งชินคอร์ปได้ตอบตกลง พร้อมทั้งเสนอซื้อหุ้นสามัญฯ จากผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ด้วย ส่งผลให้กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ




--------------------------------------------------------------------------------


กรณีกบฏไอทีวี

การเข้ามาถือหุ้นในไอทีวีของชินคอร์ป ถูกคัดค้านโดยพนักงานฝ่ายข่าวของไอทีวี นำโดยนายจิระ ห้องสำเริง บรรณาธิการบริหารขณะนั้น ต่อมาเมื่อชินคอร์ปเข้ามาถือหุ้นในไอทีวีเมือเดือนพฤศจิกายน 2544 มีการเข้าแทรกแซงของฝ่ายผู้บริหาร ในการทำข่าวการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 6 มกราคม 2544 ซึ่งเป็นการรายงานร่วมระหว่าง ไอทีวี และเครือเนชั่น ดังนี้

มีคำสั่งเปลี่ยนตัวนักข่าวที่ไปตั้งคำถาม พ.ต.ท.ทักษิณ เรื่องการโอนหุ้น
มีการสั่งไม่ให้ออกอากาศข่าวเรื่องสนามกอล์ฟอัลไพน์
มีความพยายามเข้ามากำหนดและชี้นำประเด็นในฝ่ายข่าวมากขึ้น สั่งห้ามผู้ประกาศข่าวในรายการสายตรงไอทีวี อ่านหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่ลงข่าวเรื่องการโอนหุ้น และที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์
มีเหตุการณ์พรรคไทยรักไทยเช่ารถโอวีของไอทีวี เพื่อถ่ายทอดการปราศรัยของพรรค ในทางตรงกันข้าม เมื่อเจ้าหน้าที่ข่าวเข้าไปทำข่าวปราศรัยหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จังหวัดชลบุรี กลับถูกสั่งเรียกรถโอวีกลับสถานีโดยผู้บริหารชินคอร์ป โดยไม่มีหนังสือหรือบันทึกถึงฝ่ายข่าว
กรณีเจ้าหน้าที่ข่าวบันเทิง ที่ไม่ได้ไปทำข่าวเปิดตัวนักร้องใหม่ในเครือของค่ายชินคอร์ป (ชยาภา วงศ์สวัสดิ์ บุตรสาว เยาวภา วงศ์สวัสดิ์) ได้สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายบริหาร และมีคำสั่งให้ไปทำข่าวชิ้นนั้นออกอากาศในทันที
มีการสั่งให้กองบรรณาธิการยกเลิกการวิเคราะห์ข่าวของ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ที่วิเคราะห์พาดพิงถึงหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ติดต่อกัน 3 วัน เกี่ยวกับปัญหาการถือหุ้น
มีการสั่งถอดรายการวิเคราะห์ข่าวการเมือง เปรียบเทียบฟอร์มระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ และ นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น
ทั้งหมดนำมาสู่การออกแถลงการณ์ข้อเรียกร้องจำนวน 7 ข้อ ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ, นายบุญคลี ปลั่งศิริ ผู้บริหารชินคอร์ป และ นายสรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล กรรมการผู้จัดการไอทีวี มีเนื้อหาโดยรวมคือให้ยุติการครอบงำ กดดัน กลั่นแกล้ง และแทรกแซงสื่อ ซึ่งถือเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 41 นำโดยนายเทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว ซึ่งลาออกในช่วงปลายปี พ.ศ. 2543 ในเวลาต่อมา

วันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2544 กลุ่มผู้สื่อข่าวไอทีวี นำโดยนายจิระ ห้องสำเริง บรรณาธิการบริหารออกแถลงการณ์ถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขอให้ยุติการแทรกแซงการทำงานของฝ่ายข่าว โดยเชื่อว่าการแทรกแซงจะทำให้ไม่สามารถเสนอข่าวอย่างเป็นกลางและไม่สามารถรักษาความน่าเชื่อถือของสถานีโทรทัศน์ไอทีวีไว้ได้ จากนั้นไม่กี่วันนายจิระ ห้องสำเริงก็ได้ลาออก

มีการร่วมกันจัดตั้งสหภาพแรงงานและจัดการประชุมครั้งแรกเพื่อเลือกคณะกรรมการสหภาพ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 ต่อมาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ผู้บริหารไอทีวี มีคำสั่งเลิกจ้างพนักงาน 23 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่ร่วมเคลื่อนไหว ประกอบด้วยกลุ่มแรก จำนวน 8 คน ถูกเลิกจ้างด้วยเหตุผลว่าไปร่วมแถลงข่าวต่อสาธารณชนทำให้บริษัทเสื่อมเสีย และกลุ่มหลังเป็นกรรมการสหภาพจำนวน 15 คน ด้วยสาเหตุว่าบริษัทมีนโยบายปรับลดพนักงาน เพราะประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง พนักงานที่ถูกเลิกจ้างประกอบด้วย
1.วิศาล ดิลกวณิช
2.ปฏิวัติ วสิกชาติ
3.ยุวดี เตชะไพทูรย์สุข
4.อังสนา เทศขยัน
5.กรุณา บัวคำศรี
6.ภัทราพร สังข์พวงทอง
7.นาตยา แวววีรคุปต์
8.อรพิน ลิลิตวิศิษฏ์วงศ์
9.สกลเดช ศิลาพงษ์
10.ม.ล.สุกุณฏีร์ จรูญโรจน์
11.แก้วตา ปริศวงศ์

12.เชิดชาย มาศบำรุง
13.ชมพูนุช คงมล
14.ภุชงค์ แดงประเสริฐ
15.สุดารัตน์ สุขแสงรัตน์
16.นงลักษณ์ สุขใจเจริญกิจ
17.สินินาฎ ดิลกวณิช
18.สุภาลักษณ์ ตั้งจิตศีล
19.จีรชาฎา ทองนาค
20.สมมาตร วัฒนคุโณปการ
21.สุวรรณา อุยานันท์



กลุ่มนักข่าวจำนวน 21 คน (มี 2 คนไม่ยื่นฟ้อง) ที่ถูกเรียกว่า

#33 By itv (202.57.137.157) on 2007-03-08 08:46

จริงๆแล้วก็คิดบ้างอ่ะครับว่า รัฐบาลชุดนี้ทำอะไรแปลกๆไปหน่อย
แต่ก็สามารถให้พ้นเงื้อมมือวิกฤติจากบุคคลที่อยากเป็นประธานาธิบดีได้
ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณนะครับ
บางความคิดก็ คลั่งชิน ด่าธิ จนเว่อร์ ไม่ค่อยเป็นกลาง
ความคิดของคุณดูเป็นกลางดีนะครับ ..

ยังไงพวกเราชาวพลัง L ก็ยังคงจงเจริญต่อไป ฮ่าๆ

#34 By kawmao (61.7.174.88 /10.0.2.1, 61.7.174.88, 61.7.174.88) on 2007-03-08 11:02

เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องมากนักหรอกค่ะ แต่ยังไงก็ขอให้เรื่องวุ่นๆทั้งหลายจบลงด้วยดีนะคะ ประเทศไทยเราก็จะได้ไม่ต้องวุ่นวายอีก

#35 By ~~Blue_Girl~~ on 2007-03-09 17:58

ITV ผิดที่ สัญญาการ เช่าสัมปทานเป็นหลักครับ ผิดเต็มๆ ไงก็ต้องปิด

#36 By Dhanlhaow (124.120.174.180) on 2007-05-25 22:37

worapoj@~@ View my profile

Recommend