หลายๆคนคงมีความประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในชีวิต หรือแม้แต่สถานที่ต่างๆ ที่เรามีความทรงจำ หรือเรื่องราวดีๆในที่ที่เราเคยไป 1 ในนั้นที่ผมมีความทรงจำที่ประทับใจ อาจเรียกได้ว่าอยู่ในก้นบึ้งในใจผม เพราะตั้งแต่จำความได้ ผมก็มาที่นี้เป็นประจำ และเมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้มีโอกาสได้แวะกลับไปที่แห่งนี้อีกครั้ง เรื่องราวที่อยู่ในก้นบึ้งหัวใจผมต้องเปล่งปลั่งออกมา จนทำให้ผมต้องหยิบมาเขียนบล็อก ที่แห่งนั้นคือ ห้างโซโก้

อาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้ไปทำธุระที่ตึกอมรินทร์พลาซ่า ตึกที่ว่านี้ด้านบนก็เป็นออฟฟิศ ส่วนชั้นล่างๆก็เป็นศูนย์การค้า การที่ได้มาที่นี้อีกครั้ง มันทำให้ผมคิดถึงสมัยก่อนตอนเด็กๆ ตั้งแต่ผมจำความได้ ห้างแรกที่อยู่ในความทรงจำผมนั้นก็คือ ห้างโซโก้ ซึ่งในปัจจุบันไม่มีห้างที่ชื่อว่าโซโก้ในเมืองไทยแล้ว เพราะห้างโซโก้ที่ตั้งอยู่ในตึกอมรินทร์พล่าซ่าที่ว่านี้ปิดตัวลงไปในหลายปี ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นผมอยู่ช่วง ม.4 - ม.5 ห้างแห่งนี้ก็ปิดกิจการ

ทำไมผมจึงไปห้างโซโก้บ่อยนัก ทั้งที่ผมเองบ้านก็อยู่ย่านฝั่งธน แต่กลับมาห้างที่อยู่ใจกลางเมืองแถวราชประสงค์ อันนี้คงเป็นเพราะที่บ้านศรัทธาท่านท้าวมหาพรหม ที่ตั้งอยู่เยื้องๆแยกราชประสงค์ ทำให้ที่บ้านต้องไปไหว้สักการะอยู่เป็นประจำ เรียกได้เลยว่าทุกวันศุกร์ตอนช่วงเย็นๆต้องไปกราบไหว้เพื่อความสบายใจ และก็ต้องอาศัยห้างโซโก้ที่ติดกับพระพรหมเป็นที่จอดรถประจำทุกครั้งที่ผมไป และก็ทำให้ผมได้มาเที่ยวห้างนี้เป็นประจำตั้งแต่เด็ก

ท่านท้าวมหาพรหม ครอบครัวและผมสักการะท่านตั้งแต่เด็กครับ

ห้างโซโก้ที่ว่านี้เป็นห้างสัญชาติญี่ปุ่นครับ เข้ามาเปิดกิจการในช่วงแรกๆที่ประเทศไทยกำลังเป็นช่วงบูมของห้างสัญชาติชาวญี่ปุ่น ในยุค พ.ศ. 2525 2530 ซึ่งห้างไทยไดมารูเป็นห้างแรกที่ญี่ปุ่นมาลงทุนในประเทศไทย ตั้งอยู่แถวราชประสงค์เหมือนกัน ซึ่งก็ปิดกิจการไปนานแล้ว

ป้ายหน้าห้าง ตอนนี้ไม่มีแล้วครับ

ตอนเด็กๆผมมักจะชอบไปแผนกของเล่นของที่นี้ครับ เพราะด้วยความที่เป็นห้างสัญชาติญี่ปุ่น ของเล่นใหม่ๆที่นี้จึงมาก่อนห้างอื่นๆเสมอ แต่ก็ไม่ได้ซื้อนะครับ ได้แต่ดูเพราะราคาแพงเอาการ ตอนนั้นผมตื้อขอให้ที่บ้านซื้อของเล่นให้ ตื้อ 50 ครั้ง ได้ 1 ครั้ง ของเล่นที่ได้ยังอยู่เลยครับ ถ้าจำไม่ผิดของเล่นที่ซื้อได้จากห้างโซโก้คือ โมเดลคาร์แรกเตอร์เรื่อง คาคุเรนเจอร์ รู้สึกว่าซื้อตั้งแต่ตอนที่เรื่องนี้ออกใหม่ๆเลยนะครับ ปีที่ซื้อที่ระบุที่ป้ายราคาปี 1994

ของเล่นชิ้นแรกที่ผมซื้อจากห้างโซโก้ครับ (ชิ้นนี้ก็ 13 ปีแล้ว)

ที่นี้ก็จะมีแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าเหมือนห้างทั่วๆไปครับ แต่แน่นอนครับว่าเป็นห้างที่มาจากญี่ปุ่นแล้วก็ต้องมีอะไรที่ห้างอื่นไม่มี นั้นคือ ที่นี้จะมีห้องตัวอย่างโฮมเธียเตอร์ของแบรนด์ชื่อดังจากสัญชาติญี่ปุ่น แน่นอนครับก็คงหนีไม่พ้น โซนี่ ซึ่งห้องโฮมเธียร์เตอร์ดังกล่าวผมมักจะไปนั่งเล่นดูตัวอย่างหนังเป็นประจำ สมัยนั้นสื่อที่ใช้ในระบบโฮมเธียเตอร์คือ แผ่นเลเซอร์ดิสก์ (LD) ซึ่งขนาดก็ใหญ่มาก ความกว้าของแผ่นก็ 12 นิ้ว เดี๋ยวนี้แผ่น LD คงหายากมาก อาจมีหลงเหลือเฉพาะหนังเก่าๆเท่านั้น

อีกแผนกที่ผมชอบไปประจำนั้นก็คือ แผนกหนังสือญี่ปุ่น ที่โซโก้จะมีหนังสือจากญี่ปุ่นเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นนิตยสารหรือหนังสือเฉพาะทาง ที่สำคัญไม่มีห่อพลาสติกมาห่อหุ้มหนังสือ ทำให้ยืนดูได้อย่างสบายใจ ผิดจากร้านขายหนังสือญี่ปุ่นที่อื่นๆในบ้านเรา ที่มักจะห่อพลาสติก แต่หนังสือที่ผมชอบเปิดดูเป็นประจำนั้นคือ หนังสือภาพขบวนการ 5 สี ซึ่งที่นี้จะมาเร็วมาก ขบวนการ 5 สีใหม่ๆ ผมรู้จากที่นี้แหละ เลยมีเรื่องไปคุยกับเพื่อนๆที่โรงเรียนสมัยประถมเป็นประจำ

(แต่ถ้าตอนนี้โซโก้ยังคงอยู่ ผมคงไปดูหนังสือจากญี่ปุ่นเหมือนเดิม แต่อาจเปลี่ยนแนวจาก 5 สี เป็นหนังสือภาพไอดอลจากญี่ปุ่น อิอิ)

ในส่วนของแผนกซุปเปอร์มาร์เกตก็จะตั้งอยู่ชั้น 4 ของห้าง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของห้างญี่ปุ่นเขาเลย ซึ่งในตอนนี้ห้างสัญชาติญี่ปุ่นที่ยังคงอยู่ในบ้านเราและจัดรูปแบบห้างไว้แบบนี้ก็คือห้างโตคิวที่ตั้งอยู่ในมาบุญครอง ว่าไปแล้วทั้งห้างโตคิวและห้างโซโก้ก็เข้ามาในบ้านเราพร้อมๆกัน ผมมักจะไปซื้อไอศกรีมวอลล์แบบถ้วยรสลูกเกดมานั่งกินในร้านแมคโดนัลด์ ราคาถ้วยละ 12 บาทเอง ในตอนนั้นรู้สึกว่าไอศกรีมรสลูกเกดเป็นรสที่อร่อยมาก

พูดถึงร้านแมคโดนัลด์ สมัยที่ผมยังเด็กๆอยู่ ชอบไปเล่นม้าหมุนไฟฟ้ามาก เรียกได้ว่าในสมัยก่อนๆ ม้าหมุนไฟฟ้ากับแมคโดนัลด์เป็นของคู่กัน แต่ม้าหมุนไฟฟ้าที่นี้จะไม่เหมือนที่อื่นตรงที่ ม้าหมุนที่นี้จะมีโชคเวลาหมุนนอกจากจะมีเสียงเพลงแล้ว ยังโยกขึ้นไปมาอีกด้วย ซึ่งเดี๋ยวนี้ม้าหมุนไม่มีอีกแล้วที่ร้านแมคโดนัลด์ โซนพื้นที่เล่นของเด็กได้เปลี่ยนตามยุคตามสมัย เป็นอุโมงค์ให้เด็กมุดเล่น และในปัจจุบันโซนเล่นของเด็กได้ไม่มีแล้วในร้านแมคโดนัลด์

เสริมนิดนึงสำหรับเกร็ดความรู้เล็กๆ หลายคนอาจจะรู้แล้ว แต่หลายๆคนอาจไม่รู้ว่าแมคโดนัลด์สาขาแรกคือที่ไหน สาขาแรกของแมคโดนัลด์คือ สาขาอมรินทร์พลาซ่าหรือสาขาโซโก้นี้แหละ เปิดในปี พ.ศ. 2528 ปีเดียวกับผมเกิดเลย และออฟฟิศของทางที่นี้ก็อยู่ด้านบนของตึกอมรินทร์พลาซ่า ปัจจุบันออฟฟิศของทางแมคโดนัลด์ได้ย้ายไปอยู่ที่ตึกอื่นแล้ว ซึ่งในตอนนี้ภาพลักษณ์ของร้านแมคโดนัลด์สาขาอมรินทร์พลาซ่าแห่งนี้ ต่างจากอดีตมาก ณ. ตอนนี้ได้กลายสภาพเป็นร้านแมคคาเฟ่ที่ดูทันสมัยและรองรับลูกค้าในกลุ่มนักท่องเที่ยวและกลุ่มนักธุรกิจกันมากขึ้น

วันสุดท้ายของห้างโซโก้ที่เปิดทำการผมยังจำได้ เพราะตรงกับวันที่ผมไปไหว้พระพรหมที่ราชประสงค์พอดี ในวันนั้นหลายๆโซนของพื้นที่ในห้างเริ่มโล่งแล้ว หลายๆส่วนก็เปิดขายของล้างสต็อก พนักงานหลายๆคนก็ยังมาทำงานตามปกติ ถึงแม้จะเป็นวันสุดท้ายของห้างก็ตาม

อีกหนึ่งทางเข้า ติดกับพระพรหมเลยครับ

ถึงแม้หลายๆคนอาจจะมองว่าก็แค่ห้างสัญชาติญี่ปุ่นที่ทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหว เลยปิดตัวไปตามระเบียบ แต่สำหรับผม ที่นี้มีอะไรมากกว่าแค่ห้างที่ปิดกิจการครับ

วันวาน ณ. อมรินทร์พลาซ่าที่มีโซโก้กับวันนี้ที่ไม่มีแล้ว แม้จะไม่เหมือนเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้รับจากที่แห่งนี้ นั้นคือเป็นสถานที่ที่เมื่อก่อนผมและครอบครัวมาเป็นประจำ และเป็นห้างแห่งแรกที่อยู่ในความทรงจำผม นั้นคือสิ่งที่ไม่เคยแปรเปลี่ยนใจผมเสมอครับ

มุมนี้ถ่ายจากลานเวริ์ดเทรดเก่าครับ ป้ายโซโก้ที่เห็นในปัจจุบันไม่มีแล้วเช่นกัน

ปัจฉิมลิขิต

งานคอสเพลย์มังงะมาเนียที่จัดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว บริเวณหน้าตึกเซ็นทรัลเวริลด์ ก่อนเข้างานผมได้ไปไหว้สักการะพระพรหม ก่อนที่จะถูกคนสติฟั่นเฟืองทุบองค์ท่านในวันรุ่งขึ้นครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มันคือที่แห่งความทรงจำสินะ....

#1 By ฿฿- Try -฿฿ on 2007-07-30 23:31

ท่านท้าวมหาพรหม
(-/\-)
หลากหลายคนนับถือมากๆ
จากต่างแดนบินมากราบไหว้มามาย~

#2 By Nop ('-^)v on 2007-07-30 23:36

ถึงจะไกลบ้านเรามากๆ
แต่ก็เห็นห้างโซโก้มาตั้งแต่เด็กเหมือนกันค่ะ

#3 By Aklare on 2007-07-30 23:38

หนึ่งที่...หลากความทรงจำ
ไม่เคยเที่ยวห้างโซโก้ เที่ยวแต่อิมสำโรง
แม้จะฟังดูแปลกๆ.......
แต่ที่นั้นก็มี(แต่)ความทรงจำ(แย่ๆ)
ใจหายที่ที่หนึ่งที่ผูกพันธ์กับเราหายไป
แต่มันก็คือช่วงของการเวลา เหมือนถูกสาวหักอก
แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้น
ปัญหาอยู่ที่......
1.ทำไมกรูไม่ได้เล่นคาคุเรนเจอร์วะ มึงได้เอามาที่โรงดรียนรึเปล่าตอนนั้นอะ
2.มึงขออะไรที่พระพรหม อย่าบอกนะว่าขอเทพจากเทพ
ปล. พูดมาน่าไม่อายว่าจะไปยืนดูหนังสือรวมภาพไอดอล ไอ้หื่น!!!!
ตอนเด็ก ๆ ก็เข้าห้างนี้ค่อนข้างบ่อยเหมือนกันครับ

ยิ่งตอนที่ร้านแมคโดนัลมาเปิดสาขาแรกในเมืองไทยที่ชั้นล่างของตึกนี้
ก็ยิ่งทำให้ต้องแวะมาบ่อยขึ้นอีก กำลังเห่อได้ที่เลยทีเดียว

#5 By oatato on 2007-07-31 00:54

โอ้ ว๊าววว
แอบประทับใจมาก มายค่ะพี่วอร์
ปล ประทับใจของเล่น สุดๆ
อ่านแล้วแอบใจหายนิดหน่อยน่อ...

เวลาเปลี่ยน อะไรๆก็เปลี่ยนนิ...<<พูดเหมือนคนแก่เลยเรา ฮา

ปล.เก็บของเล่นไว้ได้นานดีจังเลยค่ะ อายุมากกว่าน้องชายเราอีกนะนั่น ^_^~

#7 By ~Rainy Day~ on 2007-07-31 23:15

55+ พี่วอร์อ่า
แอบหักดิบแนนหรอ เดี๊ยะ ตีก้นเลยย
โฮ พูดเหมือนคนแก่จัง แต่นึกถึงวันเก่าๆมันมีความสุขดีจังนะ บางครั้งเราก็เป็น

#9 By k-lin-co on 2007-08-01 16:40

ว้า..
พึ่งเคยได้ยินชื่อห้างก็วันนี้แหละค่าลุงขา (หึๆๆ ต่อไปเรียกว่าลุงโลลิให้ตลอดดีก่า น่ารักดี กรั๊กๆๆๆๆๆๆ)

มันเป็นเรื่องน่าเศร้าเหมือนกันนะที่ยังไงความจริงที่ว่าไม่มีอะไรอยู่ยั่งยืนมันต้องมาเยือนเราเข้าให้สักวัน ตึกที่เราชอบอาจโดนทุบ อาจโดนย้ายบ้าน หรือกระทั่งห้างในความทรงจำวัยเด็กปิดตัว แต่ยังไงซะมันก็เป็นความทรงจำที่มีค่า ขอแค่เราอย่าลืมมันก็พอ.. เนอะ

แต่.. ร้านหนังสือก็ต้องปิดตัวไปด้วยสิ..
ว้า.. กำลังคิดอยู่เลยว่าเค้าจะรับสั่งซื้อวายไหม? ฮ่าๆๆๆๆๆๆ (แพร่สีม่วงใส่บล๊อกโลลิอย่างหนุกหนาน โฮะๆๆๆๆๆๆ)

#10 By \•Milo Studio•/ on 2007-08-03 02:30

อยากจะบอกว่า ตั้งแต่มาอยู่กรุงเทพได้ 5 ปี
ไปแถวนั้นก็บ่อย แต่ไม่เคยเดินห้างนี้เลย...555
มันรู้สึกเหมือนไม่ใช่แนวเรา ไม่รู้จะเข้าไปทำอะไร...

#11 By ♪ ZEASonal on 2007-08-04 22:31

worapoj@~@ View my profile

Recommend